กะ 8 ชั่วโมงกับกะ 12 ชั่วโมง: เลือกอย่างไร และตรวจอะไรก่อนเปลี่ยน
ทีมที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงต้องเลือกว่าจะแบ่งเป็น 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง หรือ 2 กะ กะละ 12 ชั่วโมง บทความนี้ไม่ได้ตอบว่าแบบไหนดีกว่า เพราะขึ้นกับงานและข้อตกลงของแต่ละที่ แต่แสดงว่า "ความยาวกะ" เปลี่ยนอะไรในตารางจริงๆ คือจำนวนกะต่อคน วันหยุด จุดส่งเวร และความหยาบของชั่วโมง พร้อมรายการตรวจก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูลสมมติ ใช้เพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขที่เหมาะกับทุกทีม บทความนี้พูดเฉพาะเรื่องการจัดตาราง ไม่ได้ประเมินผลต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยของคนทำงาน และไม่ได้ระบุเพดานชั่วโมงหรือเวลาพักที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะขึ้นกับกฎหมายแรงงานและข้อตกลงของแต่ละที่ทำงาน ตัวเลขเพดาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่ปรากฏด้านล่างเป็นค่าสมมติเพื่อให้คำนวณได้เท่านั้น
1. สิ่งที่เปลี่ยนจริงเมื่อเปลี่ยนความยาวกะ
ถ้าที่ทำงานเปิดตลอด 24 ชั่วโมงและต้องการคนจำนวนเท่าเดิมทุกชั่วโมง ชั่วโมงทำงานรวมของทั้งทีมไม่เปลี่ยนเลยไม่ว่าจะแบ่งกะแบบไหน สิ่งที่เปลี่ยนมีสี่อย่าง
- จำนวนช่องกะต่อสัปดาห์: กะ 8 ชั่วโมงมีวันละ 3 ช่อง กะ 12 ชั่วโมงมีวันละ 2 ช่อง จำนวนช่องที่ต้องเติมคนจึงต่างกัน
- จำนวนจุดส่งเวร: 3 กะมีรอยต่อวันละ 3 จุด 2 กะมีวันละ 2 จุด ทุกจุดคือช่วงที่ต้องส่งงานและต้องมีคนมาถึงตรงเวลา
- จำนวนกะที่แต่ละคนทำต่อสัปดาห์: กะยาวขึ้น คนหนึ่งทำจำนวนกะน้อยลง แต่ชั่วโมงต่อกะมากขึ้น
- ความหยาบของชั่วโมง: ชั่วโมงของแต่ละคนขยับทีละ 8 ชั่วโมงหรือทีละ 12 ชั่วโมง ขึ้นกับความยาวกะ ซึ่งมีผลต่อความเท่ากันของชั่วโมงในทีม ส่วนถัดไปจะแสดงด้วยตัวเลข
2. ตัวอย่างสมมติ: ทีม 8 คน ต้องมีคน 2 คนตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
ทีมสมมติมี 8 คน ต้องการคน 2 คนทุกชั่วโมง ตลอด 7 วัน ชั่วโมงทำงานรวมที่ต้องมี = 2 คน × 24 ชั่วโมง × 7 วัน = 336 ชั่วโมง-คน ต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้เท่ากันทั้งสองแบบ
| รายการต่อสัปดาห์ | กะ 8 ชั่วโมง (3 กะ) | กะ 12 ชั่วโมง (2 กะ) |
|---|---|---|
| ช่องกะที่ต้องเติม (2 คน × จำนวนกะ × 7 วัน) | 42 | 28 |
| ชั่วโมงทำงานรวม | 336 | 336 |
| จุดส่งเวร (จำนวนกะต่อวัน × 7) | 21 | 14 |
| กะเฉลี่ยต่อคน (ช่องกะ ÷ 8 คน) | 5.25 | 3.5 |
กะเฉลี่ย 5.25 และ 3.5 ทำจริงไม่ได้ เพราะไม่มีใครทำเศษของกะ ต้องปัดเป็นจำนวนเต็ม จึงเห็นความหยาบของชั่วโมงทันที
- แบบ 8 ชั่วโมง: 42 ช่อง แจกให้ 8 คน ได้ 2 คนทำ 6 กะ และ 6 คนทำ 5 กะ ชั่วโมงจึงมีสองระดับ คือ 48 ชั่วโมง (6 × 8) กับ 40 ชั่วโมง (5 × 8) ต่างกัน 8 ชั่วโมง ตรวจ: 2 × 48 + 6 × 40 = 336
- แบบ 12 ชั่วโมง: 28 ช่อง แจกให้ 8 คน ได้ 4 คนทำ 4 กะ และ 4 คนทำ 3 กะ ชั่วโมงมีสองระดับ คือ 48 ชั่วโมง (4 × 12) กับ 36 ชั่วโมง (3 × 12) ต่างกัน 12 ชั่วโมง ตรวจ: 4 × 48 + 4 × 36 = 336
ผลรวมเท่ากัน แต่ส่วนต่างระหว่างคนที่ได้มากที่สุดกับน้อยที่สุดเพิ่มจาก 8 เป็น 12 ชั่วโมง นี่คือสิ่งที่ผู้จัดอาจไม่เห็นตอนเลือกแบบกะ ถ้าทีมของคุณให้ความสำคัญกับความเท่ากันของชั่วโมง (ดูบทความจัดตารางเวรให้ยุติธรรม) กะยาวทำให้ปรับให้เท่ากันยากขึ้น เพราะหน่วยเล็กที่สุดที่ขยับได้ใหญ่ขึ้น ในตัวอย่างนี้ไม่มีทางทำให้ทั้ง 8 คนได้ชั่วโมงเท่ากันเป๊ะไม่ว่าจะกะแบบไหน แต่ช่องว่างแคบกว่าเมื่อกะสั้น
3. วันทำงานกับวันหยุดต่อสัปดาห์
จากตัวอย่างข้างบน คนที่ทำ 5 หรือ 6 กะแบบ 8 ชั่วโมง ต้องมาทำงาน 5 หรือ 6 วัน เหลือวันหยุด 1 ถึง 2 วัน ส่วนคนที่ทำ 3 หรือ 4 กะแบบ 12 ชั่วโมง มาทำงาน 3 หรือ 4 วัน เหลือวันหยุด 3 ถึง 4 วัน ถ้าแต่ละกะอยู่คนละวัน ส่วนกะที่ข้ามเที่ยงคืนจะนับเป็นวันไหนขึ้นกับข้อตกลงของที่ทำงาน
วันหยุดที่มากขึ้นเป็นข้อดีที่ทีมอาจเห็นว่าคุ้ม ส่วนอีกด้านที่ต้องเผื่อคือ วันทำงานแต่ละวันยาวกว่า และถ้าคนหนึ่งขาด ช่องที่หายไปก็ใหญ่กว่า ส่วนถัดไปพูดถึงเรื่องนั้น ข้อสังเกตนี้เป็นความเห็นประกอบการจัดตาราง ไม่ใช่ผลวิจัย ทีมแต่ละแห่งอาจรู้สึกต่างกัน
4. เมื่อมีคนขาด: ช่องใหญ่ขึ้น ผู้ที่เรียกเสริมได้มีน้อยลง
ใช้ทีมเดิมและค่าสมมติเพดาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สมมติคนหนึ่งป่วยกะทันหันในกะที่ต้องเติม
- แบบ 8 ชั่วโมง: ช่องที่ว่างยาว 8 ชั่วโมง คนที่ทำ 5 กะ (40 ชั่วโมง) ยังรับเพิ่มได้อีก 1 กะ เพราะ 40 + 8 = 48 ไม่เกินเพดาน แต่คนที่ทำ 6 กะแล้ว (48 ชั่วโมง) รับเพิ่มไม่ได้ ในตัวอย่างนี้มี 6 คนที่ยังรับได้
- แบบ 12 ชั่วโมง: ช่องที่ว่างยาว 12 ชั่วโมง คนที่ทำ 3 กะ (36 ชั่วโมง) รับเพิ่มได้อีก 1 กะ เพราะ 36 + 12 = 48 พอดี แต่คนที่ทำ 4 กะแล้ว (48 ชั่วโมง) รับเพิ่มไม่ได้ ในตัวอย่างนี้มี 4 คนที่ยังรับได้
จำนวนคนที่ยังรับเพิ่มได้ลดจาก 6 เหลือ 4 และยังต้องเป็นคนที่ว่างในวันนั้น ตรงเวลานั้นด้วย ตัวเลขนี้แสดงเพียงทิศทาง ไม่ใช่กฎตายตัว แต่เป็นเหตุผลให้ทีมกะยาวควรมีรายชื่อสำรองที่ไม่ได้อยู่ในตาราง ตามที่อธิบายไว้ในบทความตารางเวรผิดพลาด 10 ข้อ ในข้อเรื่องแผนสำรองเมื่อมีคนลาป่วยกะทันหัน
5. กฎในระบบต้องรองรับความยาวกะนั้นก่อน
กฎที่ตั้งไว้เป็นเพดานเป็นหน่วย "ชั่วโมง" ไม่ใช่จำนวนกะ ถ้าที่ทำงานตั้งเพดานต่อวันไว้ให้เหมาะกับกะ 8 ชั่วโมง เช่น ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน การเพิ่มกะ 12 ชั่วโมงเข้าไปหมายความว่าทุกคนที่ถูกจัดลงกะนั้นจะเกินเพดานต่อวันตั้งแต่กะแรก เช่นเดียวกับเพดานชั่วโมงทำงานต่อเนื่อง ระบบพยายามไม่ให้เกินเพดานเหล่านี้ก่อนเรื่องความเท่าเทียม แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จะไม่ซ่อนปัญหา และแสดงเป็นจุดที่ยังไม่ลงตัว ผลที่เห็นจึงเป็นกะที่ขาดคน หรือคนที่ถูกจัดเกินเพดานโดยมีป้ายเตือน ซึ่งขึ้นกับว่าที่เหลือในทีมรับได้แค่ไหน ไม่ว่าแบบไหนก็ไม่ใช่ตารางที่พร้อมประกาศ
ก่อนเปลี่ยนความยาวกะ ให้เปิดดูกฎชุดนี้ทีละตัว และเปลี่ยนให้สอดคล้องกับข้อตกลงใหม่ของที่ทำงาน (ไม่ใช่แค่แก้เพื่อให้ตารางลงได้)
- เพดานชั่วโมงต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่าความยาวกะที่ตั้งใจใช้ และตัวเลขต้องตรงกับข้อตกลงจริง
- เพดานชั่วโมงทำงานต่อเนื่อง ต้องรองรับความยาวกะเดียว
- เพดานชั่วโมงต่อสัปดาห์และต่อเดือน เทียบกับจำนวนกะที่แต่ละคนจะได้ตามที่คำนวณในส่วนที่ 2
- จำนวนวันทำงานติดต่อกันสูงสุด กะ 12 ชั่วโมงมีวันทำงานต่อสัปดาห์น้อยลง ค่านี้จึงควรทบทวนใหม่ ไม่ใช่ใช้ค่าเดิมของกะ 8 ชั่วโมง
6. เวลาพักระหว่างกะ และกะดึกต่อกะเช้า
จุดนี้มองข้ามได้ง่ายเมื่อเปลี่ยนความยาวกะ เพราะตารางอาจดูปกติ ตัวอย่างสมมติ กะ 12 ชั่วโมงที่เริ่ม 19:00 จบ 07:00 แล้วคนเดิมถูกจัดกะเริ่ม 07:00 วันเดียวกันอีกครั้ง คือเริ่มงานต่อทันทีที่เลิก ตารางที่ตรวจแค่ "วันละกี่กะ" จะไม่เห็น เพราะวันแต่ละวันมีเพียงกะเดียว ถ้าที่ทำงานตั้งเพดานชั่วโมงทำงานต่อเนื่องไว้ ระบบนับกะที่ต่อกันทันทีเป็นช่วงเดียวและแจ้งเมื่อเกินเพดาน แต่ถ้าไม่ได้ตั้งไว้หรือตั้งสูงกว่า 24 ชั่วโมง ก็จะไม่เห็นปัญหานี้
ข้อควรรู้ก่อนใช้: ตอนนี้ TarangVane มีกฎเพดานชั่วโมงและวันทำงานติดต่อกัน แต่ยังไม่ได้บังคับเวลาพักขั้นต่ำระหว่างกะ ผู้จัดต้องตรวจเองก่อนประกาศว่าไม่มีใครถูกจัดกะติดกันแบบข้างบน และตัวเลขเวลาพักที่เหมาะสมขึ้นกับข้อตกลงและกฎหมายแรงงานของที่ทำงานคุณ
7. รายการตรวจก่อนเปลี่ยนความยาวกะ: 8 ข้อ
- คำนวณช่องกะต่อสัปดาห์ของแบบใหม่ (ความต้องการ × จำนวนกะต่อวัน × 7) และชั่วโมงรวมต้องเท่ากับแบบเดิม ถ้าไม่เท่า แปลว่ามีกะที่หายหรือซ้อนกัน
- แจกช่องกะให้ทีมจริงเป็นจำนวนเต็ม และดูว่าชั่วโมงแต่ละคนต่างกันมากที่สุดเท่าไร เทียบกับแบบเดิม
- นับวันหยุดต่อคนต่อสัปดาห์ที่ได้จริง ว่าพอรับได้กับข้อตกลงของทีม
- นับจุดส่งเวรต่อวันและเตรียมคนที่จะอยู่ส่งงานในแต่ละจุด
- เปิดกฎเพดานชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงต่อเนื่อง ต่อสัปดาห์ และวันติดต่อกัน ปรับให้สอดคล้องกับกะแบบใหม่ ก่อนกดจัดตาราง
- ตรวจกะดึกที่ต่อกะเช้าวันเดียวกัน (หรือวันถัดไป) ของคนเดียวกันด้วยตา เพราะเวลาพักขั้นต่ำยังไม่ถูกบังคับโดยอัตโนมัติ
- เตรียมรายชื่อคนที่เรียกเสริมได้ และนับว่าถ้าขาดหนึ่งคน มีกี่คนที่ยังไม่ชนเพดาน
- บอกทีมล่วงหน้าก่อนเริ่มใช้แบบใหม่ ว่ากะเริ่มและเลิกกี่โมง และคนที่ชั่วโมงไม่ลงตัวจะได้เท่าไร
8. เมื่อไหร่กะ 8 ชั่วโมงเหมาะกว่า และเมื่อไหร่กะ 12 ชั่วโมง (ความเห็น)
ส่วนนี้เป็นความเห็นเชิงการจัดตาราง ไม่ใช่ข้อสรุปจากผลวิจัย
- กะ 8 ชั่วโมงเหมาะเมื่อ ต้องการให้ชั่วโมงของแต่ละคนเท่ากันมากที่สุด ทีมมีรายชื่อเรียกเสริมน้อย หรือเพดานต่อวันของที่ทำงานเป็นตัวเลขที่ไม่เปิดให้ยาวกว่านั้น
- กะ 12 ชั่วโมงเหมาะเมื่อ ต้องการลดจุดส่งเวร ต้องการให้คนมีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน และที่ทำงานตกลงกับกฎเพดานชั่วโมงไว้แล้วว่ารองรับ
- บางทีมใช้ทั้งสองแบบ เช่น 12 ชั่วโมงในกะกลางคืน และ 8 ชั่วโมงในกะกลางวัน ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนของการคำนวณ ต้องทำตามรายการตรวจในส่วนที่ 7 แยกทีละแบบ
9. เมื่อตัวแปรมีหลายตัว การคำนวณด้วยมือใช้เวลามากขึ้น
ตัวอย่างข้างบนมีตัวแปรไม่กี่ตัว ทีมจริงมีคนที่เพดานต่างกัน ตำแหน่งต่างกัน และวันลาที่ทยอยเข้ามา การคำนวณด้วยมือยังทำได้ แต่ต้องทำซ้ำทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน ทีมที่ยังใช้ไฟล์อยู่สามารถวางสูตรลงในไฟล์ตารางเวร Excel ฟรี ให้คำนวณช่องกะและชั่วโมงต่อคนให้อัตโนมัติ และถ้าทีมทำงาน 3 กะอยู่ ดูวิธีจัดตารางเวร 3 กะ ประกอบ
โปรแกรมจัดเวรอย่าง TarangVane ให้ตั้งเวลาเริ่มและเลิกของแต่ละประเภทกะเอง ตั้งจำนวนคนและตำแหน่งที่ต้องมีต่อกะ พร้อมเพดานชั่วโมงและวันทำงานติดต่อกัน กฎเหล่านี้มาก่อนความเท่าเทียมเสมอเมื่อสร้างร่างตาราง ระบบแสดงจุดที่ยังไม่ลงตัวให้เห็น ไม่ได้ทำเป็นว่าตารางสมบูรณ์ เริ่มฟรีสำหรับทีมไม่เกิน 20 คน ไม่ต้องผูกบัตร วางรายชื่อทีมของตัวเองแทนข้อมูลตัวอย่างแล้วจัดตารางได้ทันที
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้:
- ระบบไม่ได้แนะนำว่าทีมควรใช้กะ 8 หรือ 12 ชั่วโมง ผู้จัดต้องตัดสินใจเอง แล้วตั้งค่ากะและกฎให้ตรงกับที่เลือก
- ยังไม่ได้บังคับเวลาพักขั้นต่ำระหว่างกะ ต้องตรวจเองดังที่อธิบายในส่วนที่ 6
- การกระจายกะดึกคิดภายในรอบเดียว ไม่สะสมข้ามเดือน
- ไม่ใช่เครื่องมือตรวจตามกฎหมายแรงงาน ตัวเลขเพดานชั่วโมงทุกตัวต้องตั้งเองให้ตรงกับข้อกำหนดของที่ทำงาน
สรุป
ความยาวกะไม่ได้เปลี่ยนชั่วโมงทำงานรวม แต่เปลี่ยนจำนวนช่อง จุดส่งเวร วันหยุด และความหยาบของชั่วโมงในทีม ก่อนเปลี่ยน ให้คำนวณตัวเลขของทีมจริงตามส่วนที่ 2 ตรวจว่ากฎเพดานรองรับกะใหม่ และตรวจเวลาพักระหว่างกะด้วยตัวเอง แล้วค่อยบอกทีมล่วงหน้า
อ่านต่อ: คำนวณกำลังคนขั้นต่ำต่อกะ · กติกาแลกเวรที่ไม่ทำให้ตารางพัง · จัดเวรยามและ รปภ.
ลองจัดเวรด้วยข้อมูลทีมของคุณ
เริ่มฟรี 1 ตาราง สำหรับทีมไม่เกิน 20 คน ไม่ต้องผูกบัตร สมัครแล้วมีข้อมูลตัวอย่างให้ลอง เปลี่ยนเป็นข้อมูลจริงและจัดเวรใหม่ในตารางเดิมได้
เริ่มจัดเวรฟรีติดตามบทความและไฟล์ใหม่ที่ เพจ Facebook หรือ LINE · มีคำถาม ติดต่อเรา